Attraction

  • กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

    ราษฎรในพื้นที่บ้านนาอิสาน ซึ่งเป็นบริเวณเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนาอิสาน เป็นชาวไทยอิสานที่อพยพโยกย้ายมาจากจังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดอื่นๆ มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในอำเภอสนามชัยเขตนานนับสิบปีแล้ว ส่วนใหญ่มีทักษะฝีมือในการทอผ้าไหมมัดหมี่ และเริ่มมีการทำกิจกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหมตั้งแต่พุทธศักราช 2542 แต่เป็นทอผ้าไหมไว้ใช้กันเองในครัวเรือน เมื่อมีผ้าเกินต้องการก็ขายให้กับผู้สนใจทั่วไป  เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมบ้านนายาว ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้เคียงกับบ้านนาอิสาน ทางกลุ่มแม่บ้านบ้านนาอิสานจึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติที่กลุ่มผลิตได้ให้ทอดพระเนตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สำนักพระราชวัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้คำแนะนำในการจัดตั้งกลุ่ม และส่งเสริมการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ปรับปรุงโรงเลี้ยงไหมให้ถูกสุขลักษณะและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ผ้าไหมให้มีความสวยงาม เหมาะสมกับความต้องการของตลาด โดยในปี 2551 กลุ่มได้รับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการทอผ้าสไบไหมและการทัศนศึกษาดูงาน ณ ศาลาไหมไทย วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้าน อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งได้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์การปลูกหม่อนและปรับปรุงโรงเลี้ยงไหมให้ถูกสุขลักษณะ ปัจจุบัน สมาชิกกลุ่มบ้านนาอิสาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านอาวุโส สามารถทอผ้าไหมได้ทั้งผ้าไหมสีพื้นย้อมสีธรรมชาติ และผ้าสไบไหมย้อมสีธรรมชาติ โดยส่งมาจำหน่ายให้กับสำนักพระราชวังและร้านภูฟ้าเป็นตลาดหลัก
  • มูร่าห์ ฟาร์ม

    มูร่าห์ฟาร์มสร้างขึ้นจากความมุ่งมั่นและตั้งใจของคุณรัญจวน เฮงตระกูลสิน  ผู้ริเริ่มบุกเบิกฟาร์มเลี้ยงควายนม พันธุ์มูร่าห์แห่งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ มูร่าห์ฟาร์มเป็นฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ (Organic Farm) ต้นแบบ ที่สนับสนุนการเลี้ยงควายนมพันธุ์มูร่าห์ให้เป็นกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจของประเทศไทย และผลิตน้ำนมที่ได้คุณภาพสูงสุด ตามมาตราฐานคุณสมบัติของนมอินทรีย์สากล (Organic Milk) หลายปีมาแล้วที่มูร่าห์ฟาร์มได้มีการศึกษา พัฒนา และขยายสายพันธุ์ควายนมพันธุ์มูร่าห์จนได้น้ำนมออร์แกนิคที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และถูกต้องตามมาตรฐานน้ำนมอินทรีย์ที่ทางศูนย์ปศุสัตว์อินทรีย์ กรมปศุสัตว์ได้กำหนดไว้ คือ มีรสชาติธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีตกค้าง ลดความเเสี่ยงต่อยาฆ่าแมลง ยาปฏิชีวนะ ฮอร์โมนตกค้างในน้ำนม และมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าน้ำนมที่ได้จากสัตว์ให้นมชนิดอื่นๆ ที่เลี้ยงโดยใช้อาหารข้นสูง ซึ่งกรดไขมันและแร่ธาตุอาหารต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นในนมออร์แกนิคของมูร่าห์นี้มีผลดีต่อสุขภาพ ระบบความจำ ไม่ทำให้ไขมันสะสม ลดคลอเรสเตอรอลในเลือด และลดอาการแพ้ต่างๆ เป็นต้น ด้วยการบริหารการจัดการฟาร์มที่มีเป้าหมายแน่วแน่ให้มูร่าห์ฟาร์มเป็นฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ (Organic Farm) และเป็นต้นแบบของธุรกิจเกษตรกรรมแบบครบวงจรและยั่งยืน ที่เริ่มกระบวนการจัดการตั้งแต่การเพาะปลูกพืชเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ จนถึงขั้นตอนการเลี้ยง รีดนมและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อพร้อมจำหน่ายให้กับผู้บริโภค โดยไม่ใช้สารเคมียาฆ่าแมลง สารกระตุ้นการเร่งน้ำนม หรือฮอร์โมนต่างๆ ในกระบวนการผลิตเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ว่า เป็นต้นแบบของธุรกิจเกษตรกรรมแบบครบวงจรและยั่งยืน เราจึงได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงควายนมพันธุ์มูร่าห์ขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการเลี้ยงอย่างเป็นระบบ และสามารถควบคุมคุณภาพของน้ำนมให้บริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัยและเป็นออร์แกนิค 100% จนถึงมือผู้บริโภค ตามมาตราฐานที่เราตั้งเป้าหมายไว้ ทางมูร่าห์ฟาร์มได้นำต้นแบบการพัฒนาการบริหารจัดการฟาร์มมาจากประเทศอิตาลี ซึ่งเลี้ยงควายนมพันธุ์มูร่าห์แบบออร์แกนิค มาปรับใช้ให้เข้ากับสภาพอากาศและภูมิประเทศของไทย โดยมีหลักการขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้ จัดสรรพื้นที่เพาะปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลงใดๆทั้งสิ้น เพื่อเป็นอาหารให้กับมูร่าห์ และให้เพียงพอต่อความต้องการของสัตว์ตลอดทั้งปี แยกโรงเรื่อน แบ่งตามอายุของสัตว์ เริ่มตั้งแต่โรงอนุบาลไปจนถึงโรงเรือนสำหรับรอรีดนม เพื่อง่ายต่อการแบ่งชนิดของอาหารให้เหมาะสมตามความต้องการของสัตว์ในแต่ละวัย โรงเรือนที่สะอาด เพียงพอกับมูร่าห์ทุกตัว ไม่หนาแน่น มีหลังคากันแดด กันฝนสาด มีแสงสว่างและการระบายอากาศตามธรรมชาติ เพื่อให้มูร่าห์ทุกตัวอยู่สบาย รวมถึงมีความสะดวกในการกินอาหารและน้ำ จัดสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับมูร่าห์ทุกตัว โดยจัดระบบการปล่อยแทะเล็มแปลงหญ้าแบบหมุนเวียน เพื่อให้มูร่าห์ได้เดินออกกำลังกายและมีแหล่งน้ำที่สะอาด เพื่อให้มูร่าห์ได้คลายร้อนและไม่เครียด จัดเก็บฐานข้อมูล ทะเบียนประวัติ มูร่าห์ทุกตัวจะมีชื่อและหมายเลขประจำตัวเพื่อบอกถึงสายพันธุ์ โรงรีดนมที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ โรงแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ทั้งหมดนี้เป็นหลักประกันถึงความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ถึงความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย และเป็นออร์แกนิค 100% ด้วยระบบการจัดการที่สูงกว่ามาตราฐานในทุกขั้นตอนการผลิต ในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ของมูร่าห์ฟาร์ม ซึ่งไม่ใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง หรือสารกระตุ้นการเร่งน้ำนม หรือฮอร์โมนต่างๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว  น้ำนมออร์แกนิคจากมูร่าห์ฟาร์มจึงเป็นที่ยอมรับจากนักวิชาการหลายท่านในเมืองไทยว่าเป็นน้ำนมที่มีคุณภาพดีที่สุด ทั้งในรสชาดที่เข้มข้น หวานมัน และอุดมไปด้วยแร่ธาตุสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการแคลเซียมเป็นพิเศษ ที่นี่จะเป็นฟาร์มอุตสาหกรรมแบบปิด เป็นที่ผลิตนม ผลิตชีส ไม่ได้เปิดสำหรับท่องเที่ยว จะรับเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาหรือนักวิชาการที่มีการจองเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ศึกษาดูงานเท่านั้น หากสนใจเข้าชมศึกษาดูงาน ควรติดต่อ สอบถามก่อนเข้าชมล่วงหน้า
  • สวนสาธิตเกษตรของกลุ่ม OTOP (สวนคุณยุพิน ฉลาดถ้อย)

    สวนสาธิตเกษตรเป็นสวนของนายกุณฑล(ช้าง) – นางยุพิน ฉลาดถ้อย ตั้งอยู่ที่บ้านสะพานนาค ต.วังเย็น อ.แปลงยาว เป็นสวนสาธิตการเกษตรที่มีให้ชิมและให้ชมทั้ง ต้นไม้นานาภัณฑ์ ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ ซึ่งใช้วิธีการปลูกจากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง โดยได้คิดสูตรน้ำหมักชีวภาพที่ได้คุณภาพจนประสบผลสำเร็จได้รับรางวัล OTOP 5 ดาว ระดับประเทศ ทำให้ได้ผลผลิตงอกงามดี ต้นไม้และผลไม้มีผลขนาดใหญ่กว่าท้องตลาด อาทิ มะม่วงผลใหญ่กว่ามะพร้าว ขนุนยักษ์ ซึ่งได้รับความ สนใจจากเกษตรกร กลุ่มผู้นำชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เดินทางศึกษาดูงานที่เป็นประจำ
  • วัดก้อนแก้ว

    วัดก้อนแก้วสร้างในราว พ.ศ. 2457 โดยการริเริ่มของท่านพระครูนันทศีลาจาร (หลวงพ่อเหลือ) ซึ่งในสมัยนั้นท่านดำรงค์ตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลหัวสวน และเป็นเจ้าอาวาสวัดสาวชะโงก ตำบลบ้านหมู่ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา และยังเป็นเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงในลุ่มน้ำบางประกง ตำบลก้อนแก้ว เดิมอยู่ในเขตปกครอง อำเภอบางคล้า สภาพภูมิประเทศของตำบล ค่อนข้างกันดาร มีทุ่งนาและหนองน้ำขนาดใหญ่มีอยู่มากมาย เขตตำบลทิศเหนือติดกับ ตำบลบางโรง ทิศตะวันออกติดกับบางตลาด ทิศตะวันตกติดกับตำบลบางแก้ว การติดต่อกับอำเภอบางคล้า ต้องเดินเท้าประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อลงเรือโดยสารที่วัดบางตลาด หากจะไปยังตัวจังหวัดจะต้องเดินเท้าไปลงเรือที่บริเวณปากบางเล่าหรือปากคลองบางแก้ว หรือเดินเท้าเป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร การสัญจรทางเรือจะต้องทุรกันดารดังกล่าว ประกอบด้วยในตำบลนี้ยังไม่มีวัด อีกทั้งพื้นเพเดิมของหลวงพ่อเหลือ เป็นชาวตำบลก้อนแก้ว ท่านจึงได้ชักชวนบรรดาญาติ และคหบดีของตำบลก้อนแก้ว ได้แก่ กำนันทอง รุ่งสะอาด  นายทรัพย์ นิ่มเจริญ (บิดาของนายหรุ่ง นางเผื่อน นิ่มเจริญ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินจำนวน 18 ไร่ 2 งาน ที่ดินแปลงนี้ได้ทำการแยกโฉนดและโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดก้อนแก้ว ตามบันทึกการโอน เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ร.ศ. 131 หลังจากที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนางผ่อง นิ่มเจริญ (นิลชัง) นายเชย บุญน่วม ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นมรรคทายกคนแรกของวัดก้อนแก้ว นายจู จูเจริญ คหบดีตำบลก้อนแก้ว
  • วัดคุ้งกร่าง

    วัดคุ้งกร่าง ตั้งเมื่อ พ.ศ.2286 เดิมชื่อว่าวัดภาราม แต่สถานที่ตั้งวัดอยู่ตรงคุ้งน้ำประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาทางน้ำในสมัยก่อน นิยมเรียกว่า “วัดคุ้ง” และเหตุที่ตรงชายน้ำหน้าวัดมีต้นกร่างใหญ่อยู่ 1 ต้น จึงเพิ่มคำว่า “กร่าง” เข้าไปเป็นวัด “คุ้งกร่าง” เพื่อเป็นการย้ำให้รู้สถานที่แน่นอน ชื่อวัดเลยเป็นไปตามความนิยมที่ชาวบ้านเรียกจนถึงปัจจุบัน วัดคุ้งกร่างได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 สังกัดสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 15 ไร่ ปูชนียวัตถุในวัดคุ้งกร่าง มีพระประธานประจำอุโบสถ พร้อมอัครสาวก 2 องค์ และภายในวิหารข้างอุโบสถจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกกรกิริยา 1 องค์ พร้อมรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาสวัดคุ้งกร่าง
  • เทวสถานอุทยานพระพิฆเนศ

    ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ในตำบลบางตลาด เป็นสถานที่จัดสร้างพระพิฆเนศปางยืน รุ่น "สัมฤทธิ์ สำเร็จ สมปรารถนา" มีความสูงถึง 39 เมตร จุดเด่นอยู่ที่พระหัตถ์ซ้ายถือผลมะม่วง เนื่องจากอำเภอคลองเขื่อนเป็นแหล่งผลิตมะม่วงที่ดีที่สุดในประเทศมาแต่เก่าก่อน ภายในบริเวณมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับองค์พระพิฆเนศด้วย

วัดคุ้งกร่าง

# #
#

Rating: 0   

Place Description:

วัดคุ้งกร่าง ตั้งเมื่อ พ.ศ.2286 เดิมชื่อว่าวัดภาราม แต่สถานที่ตั้งวัดอยู่ตรงคุ้งน้ำประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาทางน้ำในสมัยก่อน นิยมเรียกว่า “วัดคุ้ง” และเหตุที่ตรงชายน้ำหน้าวัดมีต้นกร่างใหญ่อยู่ 1 ต้น จึงเพิ่มคำว่า “กร่าง” เข้าไปเป็นวัด “คุ้งกร่าง” เพื่อเป็นการย้ำให้รู้สถานที่แน่นอน ชื่อวัดเลยเป็นไปตามความนิยมที่ชาวบ้านเรียกจนถึงปัจจุบัน วัดคุ้งกร่างได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 สังกัดสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 15 ไร่ ปูชนียวัตถุในวัดคุ้งกร่าง มีพระประธานประจำอุโบสถ พร้อมอัครสาวก 2 องค์ และภายในวิหารข้างอุโบสถจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกกรกิริยา 1 องค์ พร้อมรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาสวัดคุ้งกร่าง

Address:

Telephone:

08-4513-8839

Opening:

Monday-Sunday

Time : 7:00 am-6:00 pm

Near By

1.บลูโอโซน รีสอร์ทแอนด์สปา

2.วัดโพธิ์ บางคล้า

3.เทวสถานอุทยานพระพิฆเนศ

4.ก๋วยเตี๋ยวเฮง ท่าเรือบางคล้า ฉะเชิงเทรา

5.ก๋วยเตี๋ยวนายแหร่ม

6.ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน

7.สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางคล้า

8.วัดแจ้ง

9.เทศกาลท่องเที่ยว มะม่วง ของดีบางคล้า

10.ตลาดน้ำบางคล้า


Comments:

Sent