Attraction

  • หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยุ่เย็น เป็นสุข บ้านอ่างเตย

    หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” เป็นหมู่บ้านที่คนในชุมชนใช้ชีวิตอยู่ในความพอประมาณ รู้จักการพึ่งพาตนเองมีกิจกรรมลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ในครัวเรือน เช่น การปลูกผักสวนครัว แต่ถ้าเหลือกินก็ขายได้ มีการรวมกลุ่มกันบริหารทุนชุมชนเพื่อประโยชน์ของชุมชน เช่น การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และกองทุนสวัสดิการอื่นๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังจัดตั้งกลุ่มปุ๋ยหมักชีวภาพขึ้นเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีที่ทำลายดิน กลุ่มเลี้ยงสุกร กลุ่มปลูกไผ่ กลุ่มถักไม้กวาด กลุ่มทอผ้าไหม ฯลฯ ซึ่งความภาคภูมิใจของชุมชน คือ การเป็นหมู่บ้านเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ต้นแบบของจังหวัดฉะเชิงเทราอีกด้วย
  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน

    เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ครอบคลุมพื้นที่ 674,352 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ป่าผืนใหญ่ ซึ่งเป็นรอยต่อ 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และปราจีนบุรี และเป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก อีกทั้งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำบางปะกงอีกด้วย มีพื้นที่ป่าปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง มีสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้าง เก้ง กระทิง วัวแดง ไก่ฟ้าพญาลอ นกเงือก ชะนีมงกุฏ ฯลฯ และเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยสัตว์ป่าแห่งแรกของภาคตะวันออก และเป็นแหล่งที่สองของประเทศไทยรองจากสถานีวิจัยสัตว์ป่านางรำ ที่ห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี มีบริการ นำศึกษาเส้นทางธรรมชาติในเขตป่า กางเต็นท์ และการจัดกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ เช่น การสร้างฝายชะลอน้ำ การปลูกป่า และการทำโป่งเทียมให้สัตว์ป่า เป็นต้น และห่างจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน ประมาณ 20 กิโลเมตร บริเวณหลุมจังหวัด เป็นอีกสถานที่หนึ่งจะได้พบกับป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจ อีกทั้งจะได้สัมผัสกับ น้ำตกทางธรรมชาติแห่งเดียวในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ชาวบ้านเรียกว่า "น้ำตกบ่อทอง" หรือ "น้ำตกเขาอ่างฤๅไน" (แนะนำให้ท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว)
  • สหกรณ์ชมรมชาวสวนมะม่วง

    มุ่งเน้น การผลิตมะม่วง ให้มีคุณภาพ ปลอดภัย จากสารพิษตกค้าง สหกรณ์ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 7 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอพนมสารคาม อำเภอแปลงยาว อำเภอสนามชัยเขต อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอราชสาส์น อำเภอบางคล้าและอำเภอคลองเขื่อน ปัจจุบันสหกรณ์ มีสมาชิก 176 คน มีพื้นที่ปลูกมะม่วงของสมาชิก กว่า  10,000  ไร่  สายพันธ์น้ำดอกไม้เบอร์  4  และสีทอง ประมาณ  7,000  ไร่  เขียวเสวย  ประมาณ  2,000  ไร่ และอื่น ๆ  อีกประมาณ1,000  ไร่  ผลผลิตที่ผลิตได้ ปีละประมาณ  7,000  ตัน
  • วัดโพธิ์ใหญ่

    วัดโพธิ์ใหญ่ก่อสร้างเมื่อใดไม่มีหลักฐานปรากฎแน่นอน แต่ทราบจากการบอกเล่าต่อๆกันมาว่า วัดโพธื์ใหญ่ เริ่มสร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2350เมื่อครั้งอพยพมาจากเวียงจันทน์ ประเทศลาว ซึ่งตรงกับสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยคู่กับวัดโพธิ์น้อย ห่างกันประมาณ 200 เมตร แต่ต่อมาวัดโพธิ์น้อยได้ร้างไป การก่อสร้างแต่เดิม ชาวพวนที่อพยพเข้ามาใหม่ๆ มักนิยม สร้างวัดไว้ประจำตระกูล คนมีฐานะดีมักจะสร้างวัดแข่งกันเป็นการป้องกันมิให้ประชาชนบุกรุกที่ดิน และใช้ที่วัดเป็นลานสำหรับให้ลูกหลานวิ่งเล่น เมื่อจะออกไปประกอบอาชีพจะนำบุตรหลานมาฝากไว้ที่วัดให้พระช่วยเลี้ยง ที่ดินของวัดโพธิ์ใหญ่แต่เดิมมีประมาณ 4 ไร่ ไม่มีหลักฐานว่าใครยกให้ และไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้เริ่มสร้างวัด การก่อสร้างถาวรวัตถุเป็นศิลปะแบบเวียงจันทน์
  • วัดสุวรรณคีรี (วัดเขาดงยาง)

    ตั้งอยู่ตำบลหนองแหน ภายในบริเวณวัดมีวิหารที่อยู่บนเขาซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระนอนองค์ใหญ่ ถ้าใครได้ขึ้นไปสักการะขอพร ก็จะสัมฤทธิ์ผลดังปรารถนา และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้อีกด้วย เนื่องจากมีเส้นทางจักรยานอยู่รอบภูเขา หากโชคดีนักท่องเที่ยวอาจมีโอกาสได้เห็นสัตว์ป่าหายากอีกด้วย
  • หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า

    หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้ายึดหลัก “มุ่งมั่นสร้างวินัย สร้างความสามัคคี เพิ่มผลผลิต  เพิ่มรายได้” โดยบอกกล่าวให้สมาชิกในหมู่บ้านรับรู้ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการ 5ส จัดอบรมให้ความรู้กับทุกคนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน และจัดทำมาตรฐาน 5ส ให้เกิดการปฏิบัติอย่างแท้จริง และต่อยอดสู่การบริหารจัดการชุมชนอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ บ้าน วัด โรงเรียน เรียกว่าเป็นการบูรณาการเพื่อพัฒนาแบบองค์รวม กระบวนการพัฒนาชุมชนด้วยระบบ 5ส เริ่มต้นจากในบ้านและฟาร์มของเกษตรกร แล้วแตกกิ่งความร่วมมือไปสู่ชุมชน สู่วัด และโรงเรียน ด้วยการนำความรู้ไปถ่ายทอดเพื่อให้เห็นความสำคัญและประโยชน์ที่จะได้รับ พร้อมสร้างจิตสำนึกอย่างต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญคือการมีส่วนร่วมของทุกคน เช่น กิจกรรม Big Cleaning Day ทั้งที่โรงเรียนบ้านหนองหว้า และวัดหนองหว้า ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ทุกคนต่างร่วมมือร่วมใจกันพัฒนา ปรับปรุงห้องเรียน อาคารเรียน สนามเด็กเล่น การปรับปรุงห้องเก็บอุปกรณ์ของวัด บริเวณรอบวิหาร กุฏิสงฆ์ ห้องน้ำ และสวนหย่อม เมื่อชุมชนโดยรวมถูกพัฒนาให้เกิดความสะอาดและสวยงามด้วยฝีมือของทุกคนก็จะเกิดเป็นความภูมิใจและหวงแหน ทำให้พวกเขาช่วยกันดูแลและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป  

สหกรณ์ชมรมชาวสวนมะม่วง

# #
#

Rating: 0   

Place Description:

มุ่งเน้น การผลิตมะม่วง ให้มีคุณภาพ ปลอดภัย จากสารพิษตกค้าง สหกรณ์ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 7 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอพนมสารคาม อำเภอแปลงยาว อำเภอสนามชัยเขต อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอราชสาส์น อำเภอบางคล้าและอำเภอคลองเขื่อน ปัจจุบันสหกรณ์ มีสมาชิก 176 คน มีพื้นที่ปลูกมะม่วงของสมาชิก กว่า  10,000  ไร่  สายพันธ์น้ำดอกไม้เบอร์  4  และสีทอง ประมาณ  7,000  ไร่  เขียวเสวย  ประมาณ  2,000  ไร่ และอื่น ๆ  อีกประมาณ1,000  ไร่  ผลผลิตที่ผลิตได้ ปีละประมาณ  7,000  ตัน

Address:

Telephone:

0-3850-2198

Opening:

Monday-Sunday

Time : 9:00 am-6:00 pm

Near By

1.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน


Comments:

Sent