Government

  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางโรง

    องค์การบริหารส่วนตำบลบางโรง เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอคลองเขื่อน อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอคลองเขื่อนประมาณ 7 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมด 19,728 ไร่ หรือ 31.56 ตารางกิโลเมตร ได้รับการยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล และมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2539 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2540
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางเล่า

    ตำบลบางเล่า มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว คนจีนจากเมืองจีนเข้ามาแสวงโชคในพื้นที่เมืองฉะเชิงเทราและเมืองปราจีนบุรี เป็นเจ้าของโรงหีบอ้อย,เจ้าของไร่อ้อยและลูกจ้างไร่อ้อย ต่อมาพวกอั้งยี่ได้แผ่อิทธิพลมาถึงแถบนี้ ใครไม่ยอมขึ้นด้วยก็จะฆ่าทิ้ง จนเมื่อมีการปราบอย่างจริงจังก็ต้องแตกหนีกระเจิง แต่มีชาวจีนอยู่กลุ่มหนึ่งที่ไม่มีปัญหากับบ้านเมือง มีนายเอ่ง แซ่จัง เป็นผู้นำ ทางการเห็นว่าเป็นผู้ไว้ใจได้และมีอิทธิพลปกครองพวกเดียวกันได้ จึงแต่งตั้งเป็นผู้นำมีบรรดาศักดิ์ เป็น"ขุนบางเล่า"ซึ่งเป็นชื่อเรียกตำบลต่อมา
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเขื่อน

    องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเขื่อน เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านหัวลำภู ตำบลคลองเขื่อน อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา อยู่ห่างจากจังหวัดฯ ประมาณ 18 กิโลเมตร มีพื้นที่รวม 35.12 ตารางกิโลเมตรหรือ 21,950 ไร่ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเขื่อนได้รับการยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลและมีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
  • องค์การบริหารส่วนตำบลก้อนแก้ว

    บริเวณอันเป็นที่ซึ่งชาวบ้าน เรียกว่า “ก้อนแก้ว” คือ บริเวณด้านทิศตะวันตกของวัดก้อนแก้วปัจจุบัน ในส่วนที่เป็นบ่อกุ้ง ของนายทวี  จันทกลัด ซึ่งเป็นที่อ่างใหญ่ลักษณะกลมเป็นท้องกะทะ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เส้นกว่า  ลึกประมาณ 3  เมตร แต่ในส่วนก้นกะทะตรงกลางจะลึกพิเศษลงไปเหมือนแก้ว กว้างประมาณ 3 เมตร ฤดูน้ำมีน้ำเต็มอ่าง มีปลาหมอ ปลาดุก ปลาช่อน ปลาชะโด ปลาแมงฟู วัดก้อนแก้วเคยขอเป็นเขตอภัยทานหน้าแล้งน้ำลดแต่ก็ไม่แห้งเดือน 3 เดือน 4 ยังมีน้ำขังให้ควายลงไปอาบเล่นได้ เด็กๆ ชอบลงไปเล่นซ่อนแอบในก้นแก้วบางคนเรียกว่า วังก้นแก้วพิกุลทอง ด้วยเป็นวังใหญ่ส่วนที่ลึกที่สุดเหมือนกับก้อนแก้ว ประมาณปี พ.ศ. 2400 เศษ พระครูนันทศรีราจารย์ (หลวงพ่อเหลือ) ซึ่งเป็นเกจิกาจารย์ชื่อดังของจังหวัดฉะเชิงเทรา สมัยดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดสาวชะโงก แต่ด้วยพื้นเพของท่านเป็นคนก้อนแก้ว ด้วยเห็นว่าเป็นถิ่นเกิด กับเป็นตำบลใหม่ ท่านจึงชักชวนชาวบ้านใกล้วังก้นแก้วนั้น (อำแดงขลิบ ยกที่ให้สร้างวัดปี พ.ศ. 2157 โดยได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดปี 2454) และเห็นว่าชื่อก้นแก้วฟังดูไม่เป็นมงคล  จึงตั้งชื่อใหม่ว่า “วัดก้อนแก้ว” และเป็นชื่อของหมู่บ้านและตำบลในเวลาต่อมา
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคลองตะเกรา

    คำว่า “คลองตะเกรา” มาจาก “ตะเกรา” คือชื่อไม้ชนิดหนึ่งที่เกิดตามริมคลอง และคลองในพื้นที่มีอยู่หลากหลายด้วยกัน มีต้น กำเนิดมาจากน้ำตกอ่างฤาไนบนเขาตะกรุบ โดยริมคลองจะมีต้นคันเกราขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกว่า “คลองกันเครา” และเพี้ยนมาเป็น “คลองตะเกรา” จนถึงปัจจุบัน ตำบลคลองตะเกราได้แยกมาจากตำบลท่าตะเกียบ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ซึ่งขณะนี้ขึ้นอยู่กับอำเภอสนามชัยเขต มีทั้งหมด  6 หมู่บ้าน ต่อมา มีประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตำบลท่าตะเกียบจึงได้แยกออกจากอำเภอสนามชัยเขตเป็นกิ่งอำเภอท่าตะเกียบ เมื่อปี พ.ศ. 2533 และแยกเป็น ตำบลคลองตะเกรา ซึ่งปัจจุบันนี้มีทั้งหมด 25 หมู่บ้าน พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 มาตรา 95 กำหนดให้กระทรวงมหาดไทยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 326 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ที่มีรายได้โดยไม่รวมเงิน อุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาติดต่อกันสามปีก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (พ.ศ. 2535 ถึง พ.ศ. 2537) เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ซึ่งจะตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ดังนั้นสภาตำบลคลองตะเกราจึงได้รับการ ประกาศเป็น องค์การบริหารส่วนตำบลคลองตะเกรา (Klongtakrao Subdistrict Administrative Organization) ตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย ลงวันที 2 มีนาคม 2538 เป็นต้นไป ในอดีตองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตะเกรา มีที่ทำการตั้งอยู่ชั้น 2 ของที่ว่าการอำเภอท่าตะเกียบ ต่อมาได้ใช้งบประมาณเงิน สะสมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2548 จำนวน 4,283,000 บาท ทำการก่อสร้างอาคาร สำนักงานใหม่ โดยได้ทำสัญญาก่อสร้างกับ  หจก.บุญทวีไพศาล และเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2548 แล้วเสร็จในวันที่ 1 พฤษภาคม 2549 ปัจจุบัน ที่ทำการใหม่มีระยะทางห่างจากอำเภอท่าตะเกียบ 4 กิโลเมตร
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ

    บ้านท่าตะเกียบมีความเป็นมาตั้งแต่กรุงรัตนโกสินทร์ โดยในช่วงก่อร่างสร้างเมืองในยุคต้นๆ นั้น ในละแวกบ้านท่าตะเกียบยังไม่ได้ชื่อนี้คงมีแต่บ้านวังวุ้ง และบ้านท่ากลอย ซึ่งขึ้นการปกครองกับตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขตเท่านั้น ผู้เฒ่าผู้แก่ในบ้านได้เล่าความเป็นมาของท่าตะเกียบให้ฟังว่าคำว่า “ท่าตะเกียบ” มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทางกรุงเทพฯ ได้คิดทำการก่อสร้างเสาชิงช้าที่บริเวณหน้าวัดสุทัศน์เทพวรารามและ ได้บอกตามหัวเมืองต่าง ๆ ที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ให้หาไม้แดงเอาไปทำไม้ตะเกียบเสาชิงช้าวัดสุทัศน์เทพวราราม บ้านท่ากลอยและบ้านวังวุ้งขณะนั้นเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ จึงได้รายงานไปทางกรุงเทพฯ จึงได้ส่งทหารมาดูเห็นไม้แดงงาม 2 ต้น บริเวณป่าห่างจากบ้านท่ากลอยและบ้านวังวุ้งไปประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อเลือกได้ไม้แดงต้นงามแล้ว การนำไม้เดินทางไปกรุงเทพฯ ได้ใช้การล่องน้ำไปตามคลองสียัดออกท่าลาด อำเภอพนมสารคาม และนำเข้ากรุงเทพฯ  เนื่องจากไม้มีขนาดยาวใหญ่ บริเวณที่ลากไม้ลงคลองสียัดจึงราบเรียบเป็นท่าน้ำ ชาวบ้านจึงเรียกว่าบริเวณนั้นว่า ท่าลงไม้ตะเกียบ และเพี้ยนมาเป็นท่าตะเกียบจนปัจจุบัน

องค์การบริหารส่วนตำบลบางโรง

# #
#

Rating: 0   

ข้อมูลสถานที่:

องค์การบริหารส่วนตำบลบางโรง เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอคลองเขื่อน อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอคลองเขื่อนประมาณ 7 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมด 19,728 ไร่ หรือ 31.56 ตารางกิโลเมตร ได้รับการยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล และมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2539 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2540

ที่อยู่:

ต.บางโรง อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา

โทรศัพท์:

0-3850-9175

อีเมล์

admin@bangrong.go.th

เว็บไซด์:

http://www.bangrong.go.th

วันเวลาให้บริการ :

วันจันทร์-วันเสาร์

เวลา : 8:30 am-4:30 pm

สถานที่ใกล้เคียง

1.ตลาดน้ำวัดบางกระเจ็ด

2.องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเขื่อน

3.สถานีตำรวจภูธรคลองเขื่อน


แสดงความคิดเห็น:

ส่ง